Instagram

Mitsu RMA

วางแผนการเดินทาง เลือกรถเที่ยวให้เหมาะ เซฟค่าใช้จ่ายตลอดทริป

วางแผนการเดินทาง เลือกรถเที่ยวให้เหมาะ เซฟค่าใช้จ่ายตลอดทริป

ใกล้หมดปีแล้ว หลายคนคงตั้งเป้าหมายไว้มากมาย บ้างก็ทำสำเร็จ บางเป้าหมายก็ถูกวางทิ้งไว้ เพราะสาเหตุที่มาทั้งคาดการ์ได้แค่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ผ่านทั้งเรื่องร้ายและเรื่องดีมาทั้งปี ร่างการและจิตใจควรได้รับการพักผ่อนไม่ต่างกันเลย การให้รางวัลตัวเองเล็กๆ น้อยๆ อย่างการขับรถไปหาอะไรอร่อยๆ กิน หรือจะเป็นการได้ออกจากเซฟโซน ออกไปสูดอากาศ ออกไปอาบป่า ออกไปเรียนรู้วิถีชีวิตที่ไม่เคยรู้มาก่อน เพราะการนอนหรืออยู่ห้องเป็นเวลานานส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เดินทางทั้งที เลือกรถเที่ยวอย่างไรดีนะ จึงจะช่วยเชฟค่าใช้จ่ายมากที่สุด

วางแพลนก่อนท่องเที่ยว

วางแผนการเดินทาง เลือกรถเที่ยวให้เหมาะ เซฟค่าใช้จ่ายตลอดทริป

ควรวางก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เพื่อให้ทุกการเดินทางราบรื่นและเซฟค่าใช้จ่าย และกำหนดช่วงระยะเวลาในการท่องเที่ยวได้ เที่ยวแบบมีแพลน หรือไม่มีแพลนก็สามารถเลือกได้ตามสะดวก แต่เพื่อการกำหนดเส้นทางและจำนวนเงินที่ต้องใช้ การวางแผนจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญมาก เพราะแค่ก้าวขาออกจากบ้านก็มีค่าใช้จ่ายแล้ว 

  1. กำหนดงบประมาณ ควรเป็นการท่องเที่ยวที่จ่ายไหว ไม่ตระหนี่เกินไป จนทำให้ระหว่างทางเกิดความตึงเครียด หรือหลวมเกินไป จนทำให้ค่าใช้จ่ายบานปลาย การกำหนดงบประมาณที่ดีควรครอบคลุมอย่ารอบด้าน อาทิ ค่าเดินทาง ที่พัก อาหาร กิจกรรม และค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
  2. เลือกเป้าหมายที่จะไป ส่วนนี้สำคัญที่สุด เพราะจะทำให้รู้ว่าปลายทางคือที่ไหน ระยะทางเท่าไหร่ ในสถานที่นั้นมีกิจกรรมอะไรบ้างที่น่าสนสใจ เพราะแต่ละที่มีจุดดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยวที่ต่างกันออกไป
  3. กำหนดวันเดินทาง เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมกับจุดหมายปลายทาง อย่าลืมเช็คสภาพอากาศ และงบประมาณที่มีสำหรับการท่องเที่ยวในครั้งนี้
  4. จองที่พัก เมื่อจัดแจงทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ควรให้ความสำคัญรองมา คือการมีที่พักล่วงหน้า เพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุดและหลีกเลี่ยงปัญหาการจองเต็ม โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาว หลายคนก็ประสบปัญหา กับการได้ที่พักที่ไม่อยากพัก ระวังจะได้ของแถมเป็นกุ๊กกู๋นะ 
  5. วางแผนการเดินทาง กำหนดเส้นทาง แผนที่ และวิธีการเดินทางแต่ละช่วง กรณีที่อาจจะต้องไปหลายที่ การวางแผนการเดินทางจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้เป็นอย่างดี เพราะจะทำให้เราเห็นภาพในมุมกว้าง และลำดับการเดินทางอย่างชัดเจน รวมทั้งเลือกรถเที่ยวให้ตอบโจทย์กับแพลนที่วางไว้
  6. เตรียมเอกสารสำคัญ บัตรประชาชน หนังสือเดินทาง วีซ่า (ถ้าจำเป็น) ใบขับขี่ และเอกสารการจองต่างๆ
  7. จัดกระเป๋า เตรียมเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว ยาประจำตัว และอุปกรณ์ที่จำเป็นให้เหมาะสมกับสภาพอากาศและกิจกรรม
  8. ศึกษาข้อมูลท้องถิ่น เรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณี ภาษา และข้อควรระวังของสถานที่ที่จะไป เพราะบางสถานที่มีขนบธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติกันอย่างช้านาน อาทิ การนุ่งผ้าซิ่น การไม่แต่งตัวโป๊ 
  9. เตรียมแผนสำรอง เผื่อกรณีฉุกเฉิน เช่น สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย การเจ็บป่วย หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันอื่นๆ 
  10. แจ้งคนใกล้ชิด แจ้งแผนการเดินทางให้คนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิททราบ เพื่อความปลอดภัย หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น กลุ่มคนใกล้ชิดเหล่านี้ก็จะรู้ว่าเราไปประสบเหตุที่ไหน ต้องขอความช่วยเหลือจากไหนโดยเร็ว 

สำรวจเพื่อนร่วมทริป

แน่นอนว่าประเภทการท่องเที่ยวมีอยู่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละฝ่าย การได้ลองทำอะไรใหม่ๆ เช่น การท่องเที่ยวคนเดียว ครอบครัว เพื่อนเก่าสมัยเรียน หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยง ก็เหมือนกับการได้ออกจากเซฟโซนห้องเล็กๆ ที่ตัวเองได้ตีเส้นไว้  ซึ่งเพื่อร่วมทริปจำเป็นมากนะคะ เพราาะจะทำให้เรารู้ว่าทริปนั้นเราจะเดินทางด้วยอะไรดี 

  • การท่องเที่ยวคนเดียว (Solo Travel) คือ การเดินทางคนเดียวที่มีความอิสระมาที่สุด ทั้งในด้านการตัดสินใจและใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ซึ่งการท่องเที่ยวแบบนี้จำเป็นต้องวางแผนการเดินทางละเอียดมากเป็นพิเศษนะคะ ไปคนเดียวจะไม่มีใครตชคอยช่วยเตือนนะ ห้ามลืมนู่น ห้ามลืมนี่ เด็กขาด Solo Travel ควรศึกษาข้อมูล วางแผนการเดินทาง เตรียมพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ เตรียมเอกสารสำคัญให้ดีครบถ้วน
  • การท่องเที่ยวแบบไปเป็นคู่ (Couple Travel) เธอมีฉัน ฉันมีเธอ เรามีกันตลอดทริป! การไปเป็นคู่ไม่จำเป็นต้องไปเฉพาะคู่รักเท่านั้นนะคะ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหนก็ตาม สามารถไปด้วยกันได้หมดเลย มีเพื่อนคู่คิดตลอดการเดินทาง ข้อเสียข้องการไปเป็นคู่ คือ ห้ามงอนกันเด็ดขาด เดี๋ยวทริปจะกร่อยเอาน้า 
  • การท่องเที่ยวแบบครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน (Tribe Travel) เอาหล่ะค่ะ จำนวนคนเริ่มเยอะขึ้น ความสนุกก็ยิ่งทวีคูณมากขึ้น การไปเป็นกลุ่มแบบนี้ทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้นมากเลยค่ะ มีเป้าหมายเดียวกัน สะสมประสบการณ์ไปด้วยกัน สามทรถเปิดโอกาสการแลกเปลี่ยนความคิด บทสนทนาเล็กๆ ระหว่างการเดินทาง จะช่วยให้สมาชิกใกล้ชิดกันมากขึ้น
  • การท่องเที่ยวแบบหมู่คณะ (Group Tour) มักเดินทางเป็นหมู่คณะ โดยมีสมาชิกมากกว่า 10 คนขึ้นไป ส่วนมากใช้บริการบริษัทนำเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวแน่น กิจกรรมแน่นแน่นอนค่ะ โดยการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะสามารถเป็นได้ทั้งแบบทัวร์ร่วม (Join Tour) และแบบส่วนตัว (Private Tour) 

เลือกรถให้เหมาะกับการเดินทาง

การเลือกรถให้เหมาะกับการเดินทางนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างมากเลยค่ะ เพื่อให้สามารถแนะนำประเภทรถที่ตอบโจทย์การเดินทางมากที่สุด เรามาดูปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกรถ 

  • จำนวนผู้ร่วมเดินทาง
  • จำนวนสัมภาระ
  • จุดมุ่งหมายและสภาพเส้นทางที่ใช้เดินทาง
  • งบประมาณที่ตั้งไว้

ซึ่งประเภทรถแต่ละชนิดก็มีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป ควรเลือกรถให้เหมาะสมกับการเดินทาง เพราะจะช่วยทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างดีทีเดียว และการเลือกรถเที่ยวที่เหมาะสมกับการเดินทาง จะทำให้ระหว่างการท่องเที่ยวสนุกมากยิ่งขึ้น เป็นทริปที่น่าจดจำนึกถึงเมื่อไหร่ก็อุ่นใจเสมอ

  • Eco Car รถจิ๋วที่ประหยัดน้ำมัน เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวคนเดียว หรือกลุ่มเล็กๆ หมดห่วงเรื่องการหาที่จอด เพราะขนาดคันที่เล็กจิ๋ว จึงทำให้สามารถซอกแซกไปได้ทุกที่ 
  • Sedan หรือรถยนต์ รถที่ได้รับความนิยมสูง มีพื้นที่ในการจัดเก็บสัมภาระ เหมาะสำหรับการเดินทางที่ไม่เกิน 4 คน สามารถไปได้ทั้งในตัวเมืองและต่างจังหวัด มีความนุ่มนวล และเก็บเสียงดีกว่า
  • SUV หรือ Crossover สามารถจุผู้โดยสารได้มากสุดถึง 7 ที่นั่ง (ในบางรุ่น) เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวแบบเป็นกลุ่มเล็กๆ หรือการไปเที่ยวแบบมีสัมภาระจำนวนมาก สมรรถนะในการขับขี่จะดียิ่งขึ้น มอบทัศนะวิสัยกว้างไกล พื้นที่กว้างขวาง และสามารถลุยได้เกือบทุกสภาพถนน 
  • PPV หรือ Mini MPV 7 ที่นั่ง สำหรับครอบครัว หรือการเที่ยวแบบเป็นกลุ่มมากที่สุด สามารถจุผู้โดยสารมากถึง 7 คน และมีพื้นที่เก็บสัมภาระให้อย่างกว้างขวาง สามารถขับทางไกลและไปได้ทุกสภาพถนนเช่นกัน มีความทนทาน ช่วงล่างแน่น ตอบโจทย์การใช้งานแบบเป็นกลุ่มมากกว่า
  • Pick-up Truck หรือ รถกระบะ สุดยอดของพื้นที่สำหรับสัมภาระ รสสามารถรองรับน้ำหนักได้เป็นอย่างดี มีความทนทาน และมีแรงบิดสูง แต่ภายในสามารถโดยสารได้ไม่เกิน 4 คน สามารถพาไปในที่ค่อนข้างทุรกันดาร หรือไปในสถานที่ที่ถนนหนทางไม่ค่อยอำนวยเท่าไหร่ รถกระบะจึงเหมาะกับการท่องเที่ยวแบบสมบุกสมบันมากกว่าค่ะ
  • EV รถไฟฟ้า หรือ Hybrid ลูกผสม เป็นรถที่เหมาะสำหรับการประหยัดพลังงานเป็นพิเศษ ซึ่งสามารถจุผู้โดยสารได้ 4-7 คน ระบบการขับขี่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะด้านของเทคโนโลยีและความปลอดภัย ห้องโดยสารกว้างขวาง สามารถเก็บสัมภาระได้ปริมาณมาก สำหรับการเดินทางด้วยรถประเภทนี้ ควรวางแผนการชาร์จไฟเล็กน้อย จุดบริการชาร์จรถมักไม่เพียงพอในช่วงเทศกาล 

เห็นแล้วใช่ไหมคะ ว่าการเลือกรถเที่ยวให้เหมาะสมกับการเดินทางเป็นเรื่องจำเป็นมาก ตัวจะต้องอาศัยการวางแผนเป็นหลัก โดยเฉพาะจำนวนเพื่อนร่วมทาง ปริมาณสัมภาระ และเส้นทางที่จะเดินทาง รถบางประเภทก็ไม่สามารถขับขึ้นทางลาดชันได้ หรือลดบางประเภทก็ไม่เหมาะกับการขับในเมืองสักเท่าไหร่ เลือกรถที่ตอบโจทย์ต่อการเดินทางมากที่สุด รับรองเลยค่ะ ตลอดการเดินทางจะมีแต่ความสุขและรอยยิ้มแน่นอน


ขอบคุณข้อมูล

https://www.facebook.com/share/p/1LWDSGNHU5

https://asiadirect.co.th/

ป้ายกำกับ

0
    ตะกร้าสินค้า
    ตะกร้าสินค้าว่างเปล่ากลับสู่ร้านค้า