
น้ำมันแพงแค่ไหนก็ไม่หวั่น! แจก 6 ทริคขับรถประหยัดน้ำมัน เซฟเงินแบบจึ้งๆ
ช่วงนี้เปิดดูข่าวเพื่อเช็คราคาน้ำมันกันอยู่ใช่ไหมคะ? แทบจะเอามือทาบอกเลยทีเดียว เดี๋ยวขึ้น เดี๋ยวลง แต่ส่วนมากจะขึ้นมากกว่าลงนี่สิ หลายคนก็ถอดใจจนได้ถอยรถคันใหม่ ซึ่งเป็นการสร้างรายจ่ายอีกหนึ่งช่องทาง วันนี้เรามีทริคขับรถประหยัดน้ำมันมาฝากทุกคน รับรองประหยัดน้ำมัน ไม่สะเทือนเงินในกระเป๋าแน่นอน
ขับรถด้วยความเร็วคงที่
การขับรถด้วยความเร็วที่คงที่ ประมาณ 80-90 กม./ชม. เพราะรถที่ใช้ความเร็วคงที่จะช่วยให้รถมีประสิทธิภาพการเผาผลาญเชื้อเพลิงได้ดีที่สุด ช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 20% และลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ ซึ่งประโยนชน์นอกเหนือจากจะช่วยประหยัดน้ำมันแล้ว ยังไม่ข้อดีอย่างอื่นอีกด้วย ดังนี้
- ลดการสึกหรอของตัวรถ: ช่วยยืดอายุการใช้งานของผ้าเบรก ยางรถยนต์ รวมถึงชิ้นส่วนของเครื่องยนต์และระบบเกียร์
- เพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน: การขับด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอทำให้รถคันอื่นสามารถกะระยะและคาดเดาการเคลื่อนที่ของคุณได้ง่ายขึ้น
- ลดความเหนื่อยล้า: ช่วยให้ผู้ขับขี่ผ่อนคลายความตึงเครียดบริเวณกล้ามเนื้อขา และไม่ต้องคอยพะวงกับหน้าปัดความเร็วตลอดเวลาเมื่อต้องเดินทางไกล
งดการเหยียบคันเร่งแบบกระชาก

นอกจากนี้ ไม่ควรเร่งเครื่องกระทันหัน ไม่กระชากเครื่องยนต์ หรือเหยียบคันเร่งย้ำๆ เพราะจะทำให้การเผาไหม้คงที่ ไม่เปลืองน้ำมัน เนื่องจากรถสูบฉีดน้ำมันไปยังห้องเผาไหม้ตามแรงกกดของเท้า น้ำมันส่วนเกินนี้มักจะเผาไหม้ไม่หมดและถูกทิ้งไปเปล่าๆ ทำให้กินน้ำมันมากกว่าการค่อยๆ ไต่ระดับความเร็วขึ้นไป
- ระบบเกียร์: ฟันเฟืองเกียร์และสายพาน (สำหรับเกียร์ CVT) ต้องรับแรงกระชากหนัก ทำให้เกียร์พังหรือเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร
- เพลาขับและลูกปืน: ต้องรับแรงบิดกะทันหันจากเครื่องยนต์เพื่อส่งไปยังล้อ
- ยางแท่นเครื่องและแท่นเกียร์: ต้องรับแรงสะบัดของตัวเครื่องยนต์ที่รุนแรงขึ้น ทำให้ยางฉีกขาดหรือทรุดตัวเร็ว
ไม่แตะเบรกกระทันหัน

เพราะอาจะส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานหนัก เนื่องจากมีอัตราการเร่งความเร็ว สลับกับการเบรกเบรกไปมา ก่อให้เกิดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ควรใช้ประโยชน์จากจากระบบ Engine Brake แทน โดยให้แล้วค่อยๆ ถอนคันเร่ง รถจะใช้แรงหน่วงจากเครื่องยนต์ช่วยชะลอความเร็ว ในจังหวะนี้กล่องควบคุมของรถยนต์ยุคใหม่จะตัดการจ่ายน้ำมันโดยสมบูรณ์ ซึ่งช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้ดีกว่าการขับไปจวนตัวแล้วเหยียบเบรกแรงๆ
- ลดความเสี่ยงจากการโดนชนท้าย: แตะเบรกเพื่อชะลอความเร็วแต่เนิ่นๆ จะทำให้ไฟเบรกสว่างเตือนรถคันหลังให้มีเวลาเตรียมตัวและชะลอตามได้ทัน
- รักษาสมดุลของตัวรถ : การเบรกกะทันหันทำให้น้ำหนักรถเทไปด้านหน้าอย่างรุนแรง โช้คอัพหน้าต้องรับภาระหนัก แต่การค่อยๆ ชะลอจะทำให้น้ำหนักรถกระจายตัวดีกว่า การทรงตัวก็จะนุ่มนวลขึ้น
เช็คลมยางเป็นประจำ

ลมยางเป็นส่วนที่สำคัญเป็นลำดับต้นๆ เลยทีเดียว และมักถูกมองข้ามเสมอ โดยล้อรถมีหน้าที่สัมผัสกับพื้นถนนและแบกรับน้ำหนักเต็มๆ ดังนั้นการเช็คลมยางอย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดการเผาผลาญเชื้อเพลิง ช่วยยืดอายุหน้ายางได้ดีอีกด้วย อีกหนึ่งวิธีขับรถประหยัดน้ำมันดีๆ ที่ห้ามลืมทำกันนะคะ
- ลดแรงต้านการหมุน: เมื่อลมยางอ่อนเกินไป โครงสร้างของยางจะรับน้ำหนักรถไม่ไหว ทำให้แก้มยางย้อยลงมา และมีพื้นที่หน้าสัมผัสระหว่างหน้ายางกับพื้นถนนเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้การออกตัวมีความฝืดสูงขึ้นตามไปด้วย เครื่องยนต์จึงต้องออกแรง และจ่ายน้ำมันมากขึ้นเพื่อให้รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความเร็วเท่าเดิม
- น้ำหนักและอัตราทด: ยางที่อ่อนยวบจะทำให้รัศมีวงล้อขณะรถวิ่งเล็กลงเล็กน้อย ซึ่งส่งผลให้รอบเครื่องยนต์อาจจะต้องทำงานสูงขึ้นนิดหน่อยเพื่อให้ได้ระยะทางเท่าเดิม ยิ่งเมื่อสะสมกันในระยะทางไกลๆ ก็ทำให้เปลืองน้ำมันขึ้นได้
งดการบรรทุกน้ำหนักเกิน

อีกหนึ่งทริคขับรถประหยัดน้ำมันที่ไม่ลับมากที่สุด คือ ยิ่งรถมีมวล (น้ำหนัก) มากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เครื่องยนต์ต้องออกแรงมากขึ้นเท่านั้น เพื่อสร้างความเร่งให้รถพุ่งไปข้างหน้า ซึ่งแรงที่ว่านี้ก็ต้องแลกมาด้วยการเผาผลาญน้ำมันที่มากขึ้นกว่าปกติ
- เพิ่มความปลอดภัยและลดระยะเบรก: ระบบเบรกไม่ต้องออกแรงต้านมาก ระยะเบรกสั้นลง สามารถกะระยะหยุดรถได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุการณ์กะทันหัน
- ยืดอายุการใช้งานของระบบช่วงล่าง: การบรรทุกของแต่พอดีจะช่วยให้ชิ้นส่วนเหล่านี้ ไม่ทรุดตัวหรือเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร ช่วยลดค่าซ่อมบำรุงรักษาชุดใหญ่ไปได้มาก
- การทรงตัวและการควบคุมรถ: ช่วยรักษาสมดุลของน้ำหนักหน้า-หลัง ทำให้ รถเกาะถนนได้ดี เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ ไม่เกิดอาการโคลงเคลงหรือหน้าดื้อโค้ง
- ลดมลพิษและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: การเผาไหม้ของเครื่องยนต์ก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่ปล่อยออกมาสู่ชั้นบรรยากาศ
วางแผนเส้นทางก่อนเดินทาง

การวางแผนเส้นทางล่วงหน้าเป็นวิธีที่ช่วยประหยัดน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเหตุผลทางกลไกและพฤติกรรมการขับขี่ การศึกษาเส้นทางก่อนจะช่วยให้เราพอคุ้นชินกันเส้นทาง พอรู้ว่ามีจุดสังเกตไหนบ้าง จะถึงที่หมายประมาณกี่กิโลเมตร
- บอกลารถติด: การเช็คสภาพจราจรผ่านแอปพลิเคชันแผนที่ก่อนออกเดินทาง ช่วยให้เราเลี่ยงเส้นทางที่มีรถติดสะสมได้ การขับรถในสภาพการจราจรติดขัดที่ต้องเหยียบเบรกสลับกับคันเร่งบ่อยๆ จะทำให้เครื่องยนต์ต้องใช้พลังงานสูงมากในการออกตัวแต่ละครั้ง
- ไม่เสียน้ำมันฟรี : การศึกษาเส้นทางให้แม่นยำล่วงหน้าช่วยลดความเสี่ยงในการขับหลงทาง ขับเลยซอย หรือต้องไปหาที่กลับรถไกลๆ ทุกๆ
- สามารถเลือกสภาพถนนที่เหมาะสมกว่า: บางครั้งเส้นทางที่ระยะทางสั้นที่สุด อาจไม่ใช่เส้นทางที่ประหยัดน้ำมันที่สุดเสมอไป การวางแผนทำให้เราสามารถหลีกเลี่ยงเส้นทางที่กำลังก่อสร้าง ถนนขรุขระ
- ประหยัดเวลาและระยะทาง: หากมีจุดหมายที่ต้องแวะหลายที่ในวันเดียวกัน การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้เราสามารถจัดเรียงลำดับการแวะตามเส้นทางได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องขับรถวนไปวนมาทับเส้นทางเดิม ซึ่งช่วยลดระยะทางรวมของวันนั้นลงได้อย่างมหาศาล
- ไม่ต้องขับรถเร็วเพื่อทำเวลา: เมื่อรู้เส้นทางและกะเวลาเดินทางได้ล่วงหน้า เราก็สามารถเผื่อเวลาออกเดินทางได้ ทำให้ไม่ต้องรีบร้อนขับรถด้วยความเร็วสูงจัดเพื่อชดเชยเวลาที่เสียไป การขับรถในระดับความเร็วที่เหมาะสม (ประมาณ 80-90 กม./ชม.) จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีที่สุดแน่นอนค่ะ
ประโยชน์ของการขับรถแบบประหยัดน้ำมัน
นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับรถจาก 6 ทริคขับรถประหยัดน้ำมัน เพื่อให้ประหยัดน้ำมันแล้ว ยังมีประโยชน์อื่นที่แอบซ่อนอยู่อีกด้วนะคะ มีประโยชน์อะไรน่าสนใจบ้าง ไปดูกันค่ะ
- สุขภาพจิตดีและความสงบ: การขับรถแบบนุ่มนวล ไม่เร่งรีบ จะช่วยลดระดับความเครียดและอาการหัวร้อนบนท้องถนนได้ดีมาก ทำให้เราโฟกัสกับเส้นทางตรงหน้าได้ดีขึ้น ไม่อารมณ์เสียหรือเหนื่อยล้าเมื่อเดินทาง
- การบริหารเวลา: ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเลี้ยวเข้าปั๊มเพื่อเติมน้ำมันบ่อยๆ ทำให้การบริหารเวลาในแต่ละวันลื่นไหล โดยเฉพาะเวลาเดินทางไกล
- รถสภาพดี ขายได้ราคาไม่ตก: การขับรถแบบประหยัดน้ำมันคือการดูแลเครื่องยนต์ทางอ้อม เครื่องยนต์ไม่ค่องสึกหรอ ย่อมได้รับการประเมินสภาพและราคาที่สูงกว่ารถที่ถูกใช้งานหนักเมื่อต้องการขายต่อในอนาคต
การขับรถให้ประหยัดน้ำมันและถนอมรถยนต์ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดเลยค่ะ เพียงแค่เราลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบนท้องถนนวันละนิด เริ่มจากการใจเย็นลงสักหน่อย เลิกกระชากคันเร่งหรือเบรกกะทันหัน หันมารักษาระดับความเร็วให้คงที่ หมั่นเช็คลมยาง ไม่แบกของหนักเกินความจำเป็น และที่สำคัญคือ “วางแผนก่อนสตาร์ท” เสมอ เพียงเท่านี้เราก็สามารถเซฟเงินในกระเป๋าจากค่าน้ำมันที่ผันผวน แถมยังช่วยยืดอายุการใช้งานให้รถคันโปรดอยู่กับเราไปได้อีกนานเลยค่ะ ลองนำทั้ง 6 ทริคขับรถประหยัดน้ำมันนี้ ไปปรับใช้ในการเดินทางครั้งต่อไปกันดูนะคะ รับรองว่าเห็นความแตกต่างของเข็มน้ำมันแน่นอน!
ข้อมูลอ้างอิง: https://safedrivedlt.com/1008297-2/

ยินดีให้บริการ
